กฎหมายเกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์
Updated: May 27
“การดัดแปลงสภาพรถ” คือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะของรถจากที่จดทะเบียนไว้ เช่น
ตัดหรือเชื่อมโครงรถ, เปลี่ยนรูปทรงตัวถัง, เปลี่ยนแปลงสีของรถ หรือเปลี่ยนตำแหน่งอะไหล่
เนื้อหาในบทความนี้ได้แก่
1. ทำไมถึงจำเป็นต้องรู้ข้อกฎหมาย
สำหรับสายแต่งรถมอเตอร์ไซค์ การอัปเกรดรถให้โดนใจอาจเป็นเรื่องสนุก แต่รู้หรือไม่ว่าการดัดแปลงบางอย่างนั้น "ผิดกฎหมาย" หากทำโดยไม่ขออนุญาต
ในประเทศไทย การแก้ไขหรือดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์มีกฎหมายควบคุมอยู่ชัดเจน ทั้ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และ ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดว่าการดัดแปลงแบบใดต้องแจ้ง แบบใดต้องขออนุญาต และแบบใดทำไม่ได้เด็ดขาด
หากไม่รู้และทำไปโดยไม่ตั้งใจ ก็อาจเจอทั้งค่าปรับ โทษทางอาญา หรือแม้แต่ถูกเพิกถอนทะเบียนรถได้ บทความนี้จึงสรุปสิ่งที่คนแต่งรถทุกคนควรรู้ไว้ก่อนทำการดัดแปลงรถจักรยานยนต์

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
2. การดัดแปลงแบบไหนที่ต้องขออนุญาต
ก่อนจะลงมือแต่งรถ สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ การดัดแปลงแต่ละแบบมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน กฎหมายแบ่งการดัดแปลงออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจาก ระดับความเสี่ยงที่การดัดแปลงนั้นอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้อื่นบนท้องถนน การดัดแปลงที่มีผลกระทบน้อยก็เพียงแค่แจ้งให้นายทะเบียนรับทราบ ในขณะที่การดัดแปลงที่กระทบโครงสร้างหลักของรถซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัย จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตก่อนเสมอ
ระดับที่ 1 — แจ้งหลังทำ (ไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า)
การดัดแปลงที่ ไม่กระทบโครงสร้างหรือความปลอดภัย
แต่เนื่องจากข้อมูลบางอย่างต้องตรงกับที่ระบุไว้ในทะเบียน กฎหมายจึงกำหนดให้ต้อง "แจ้งให้รู้" โดยไม่ต้องรอการอนุมัติก่อน แต่ต้องนำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสอบและบันทึกการเปลี่ยนแปลงก่อนนำรถออกใช้ เช่น
- เปลี่ยนสีรถ (ต้องแจ้งภายใน 7 วันนับจากวันที่เปลี่ยน)
- ติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ
ระดับที่ 2 — ยื่นขอแก้ไขพร้อมแจ้งรายละเอียดต่อนายทะเบียน (ก่อนหรือหลังทำได้)
การดัดแปลงที่ อาจเปลี่ยนลักษณะภายนอกหรือชิ้นส่วนบางส่วน
การดัดแปลงในระดับนี้อาจ เปลี่ยนลักษณะภายนอกหรือชิ้นส่วนบางส่วนของรถ แต่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก และต้องไม่ทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป กล่าวคือ รถที่ผ่านการดัดแปลงแล้วยังคงสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถยี่ห้อและรุ่นเดิมที่จดทะเบียนไว้ เช่น การเปลี่ยนโคมไฟหน้าของ Honda CB500 ก็ยังคงเป็น Honda CB500 อยู่ ไม่ใช่การนำชิ้นส่วนหลักจากยี่ห้ออื่นมาประกอบจนรถดูเหมือนหรือถูกระบุว่าเป็นยี่ห้ออื่น กฎหมายกำหนดให้ยื่นแจ้งรายละเอียดต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ เช่น
- แก้ไขดัดแปลงส่วนหน้าหรือท้ายรถ
- เปลี่ยนโคมไฟหรือกระจังหน้าจากรุ่นหนึ่งเป็นอีกรุ่นหนึ่ง
ระดับที่ 3 — ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ (ห้ามทำก่อนได้รับอนุญาต)
การดัดแปลงที่ กระทบโครงสร้างหลักของรถโดยตรง
เช่น ตัดต่อเฟรม เปลี่ยนช่วงล่าง ซึ่งหากทำผิดพลาดอาจทำให้รถไม่มั่นคงและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องผ่านการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พร้อมหลักฐานจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนการดัดแปลงเท่านั้น
ได้แก่
ส่วนที่ดัดแปลง | ตัวอย่าง |
โครงคัสซี / เฟรม | ตัด ต่อ หรือเสริมโครง |
ตัวถัง | แก้ไขโครงสร้างหลัก |
ระบบบังคับเลี้ยว | ย้ายตำแหน่งพวงมาลัย ตัดต่อคันชัก |
ระบบรองรับน้ำหนักและช่วงล่าง | เปลี่ยนแหนบ เพลา |
ช่วงล้อ | เปลี่ยนขนาดยาง |

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
สำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ การดัดแปลงต้องไม่กระทบโครงสร้างตัวรถหรือตำแหน่งที่มีหมายเลขตัวรถติดอยู่ และหากต้องการเปลี่ยนโครงรถ (Frame) ต้องเป็นยี่ห้อและรุ่นเดิมเท่านั้น พร้อมจดทะเบียนและชำระภาษีใหม่
❌ การดัดแปลงที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด
แม้จะขออนุญาตแล้ว แต่การดัดแปลงบางประเภทก็ อาจไม่ได้รับการอนุญาตเลย เพราะขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1. ดัดแปลงจนทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป
ระเบียบกรมการขนส่งทางบกกำหนดชัดเจนว่า การแก้ไขหรือดัดแปลงรถทุกกรณี ต้องไม่ทำให้รถเปลี่ยนยี่ห้อไปเป็นยี่ห้ออื่น เช่น การนำชิ้นส่วนหลักจากรถยี่ห้อหนึ่งมาประกอบจนรถมีลักษณะเป็นอีกยี่ห้อหนึ่ง
2. ดัดแปลงโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก
รถที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque) หรือเซมิโมโนค็อก (Semi-Monocoque) ซึ่งตัวถังทำหน้าที่รับน้ำหนักหลัก ห้ามแก้ไขดัดแปลง เว้นแต่การดัดแปลงนั้นไม่กระทบโครงสร้างหลักของรถ
3. แก้ไขโครงคัสซีจนผิดเกณฑ์ที่กำหนด
เช่น การปิดทับหรือเสริมดามโครงในบริเวณที่มีหมายเลขคัสซีอยู่ หรือการแก้ไขจนโครงคัสซีเดิมเหลือความยาวไม่ถึง 50% ของความยาวทั้งหมด
4. เปลี่ยนขนาดยางจนกระทบความปลอดภัย
การเปลี่ยนขนาดยางจะต้องไม่ทำให้ขีดความสามารถรับน้ำหนักลดลง มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนเกิน 10% หรือทำให้ระดับความสูงของโคมไฟผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด
5. ดัดแปลงระบบรองรับน้ำหนักจนโคมไฟผิดมาตรฐาน
การปรับช่วงล่างให้รถต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานผู้ผลิต ต้องไม่ทำให้ระดับของโคมไฟหน้า ไฟท้าย หรือไฟอื่น ๆ ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด
6. ดัดแปลงระบบท่อไอเสียจนปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์
การเปลี่ยนท่อไอเสียที่ตัดหรือถอดอุปกรณ์กรองไอเสียออก อาจทำให้รถปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งผิดทั้ง พ.ร.บ. รถยนต์ และกฎหมายสิ่งแวดล้อม
7. ดัดแปลงจนทำให้เสียงดังเกินเกณฑ์ที่กำหนด
การเปลี่ยนท่อไอเสียแบบตรง (Straight Pipe) หรือท่อที่ไม่มีระบบลดเสียง อาจทำให้เสียงดังเกินมาตรฐาน หากเสียงของท่อไอเสียดังจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ยังอาจเข้าข่ายเป็น "เหตุรำคาญ" ตามมาตรา 25 (4) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดว่าการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อื่น ถือเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมาย และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับหรือแก้ไขได้
⚠️ข้อควรระวัง
หากนำรถที่มีการดัดแปลงต้องห้ามออกวิ่งบนถนน นอกจากโทษตาม พ.ร.บ. รถยนต์ แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เนื่องจากรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่ถูกกฎหมาย

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
3. ขั้นตอนการขออนุญาตดัดแปลงรถจักรยานยนต์
เมื่อรู้แล้วว่าการดัดแปลงที่ต้องการทำอยู่ในระดับไหน ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งแบ่งตามประเภทการดัดแปลงได้ดังนี้
📋 กรณีที่ 1 — แจ้งเปลี่ยนสีรถ
1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน เพื่อนำรถเข้ารับการตรวจสอบ
2. ตรวจสอบคำขอพร้อมหลักฐานและผลการตรวจสภาพรถ
3. ชำระค่าธรรมเนียม
4. รับเอกสารคืน
หลักฐานที่ต้องใช้
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
- ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน
- หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสี
> ตรวจสอบขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ : [npm.dlt.go.th/th/car-color-change](https://npm.dlt.go.th/th/car-color-change)

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
📋 กรณีที่ 2 — ยื่นขอแก้ไขดัดแปลง (ระดับ 2 และ 3)
เอกสารหลักฐานพื้นฐานที่ต้องเตรียม
- บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารของกรรมการผู้มีอำนาจ (กรณีนิติบุคคล)
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประจำตัวผู้มอบ/ผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
- หลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่น ามาเปลี่ยนและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบรับรองการนำเข้ากรณีเป็นชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ อุปกรณ์ต่าง ๆ และใบเสร็จรับเงินค่าทำสี ค่าดัดแปลงรถ เป็นต้น
- ภาพถ่ายตัวรถทั้ง 4 ด้าน (หน้า ซ้าย ขวา ท้าย) และภาพถ่ายอุปกรณ์ส่วนที่จะดัดแปลง
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับการดัดแปลงที่กระทบความมั่นคงแข็งแรง เช่น การตัดต่อโครงคัสซีหรือตัวถัง ต้องแนบเพิ่มเติมดังนี้
- หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงจากวิศวกรเครื่องกลระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
- แบบแปลนและรายการคำนวณในส่วนที่ดัดแปลง พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบ จากวิศวกรเครื่องกลระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
- ภาพถ่ายตัวรถทั้ง 4 ด้าน ระบุวันเวลา ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดัดแปลง
- ภาพถ่ายวิศวกรที่ถ่ายคู่กับรถระหว่างควบคุมดูแลการดัดแปลง โดยต้องบันทึกวันเวลาในภาพ
- หนังสือรับรองจากสถาบันหรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด (กรณีที่ระเบียบกำหนดไว้)
- หนังสือยืนยันผลการตรวจพิสูจน์รถจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (กรณีที่ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องแท้จริงของรถได้)
- หลักฐานการตรวจสอบดัชนีของหายจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร (กรณีที่มีความสงสัยในที่มาของชิ้นส่วน)
- หนังสือยืนยันความถูกต้องแท้จริงของรถจากผู้ผลิตหรือผู้ประกอบรถ (กรณีไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นรถคันเดียวกับที่จดทะเบียน)
- หลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต หรือหลักฐานการได้รับยกเว้นภาษี (กรณีที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี)
🔍 ขั้นตอนการพิจารณาของนายทะเบียน
เมื่อยื่นเอกสารครบแล้ว นายทะเบียนจะตรวจสอบว่ารถที่ขอดัดแปลงนั้น
- มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งาน
- มีความเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
- เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ระเบียบกำหนด
หากนายทะเบียนเห็นว่าการดัดแปลงอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม มีอำนาจสั่งให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด และหากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง นายทะเบียนมีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอนั้นได้

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
⚠️ข้อควรระวัง
หากดำเนินการดัดแปลงในระดับ 3 ไปก่อนโดยไม่ยื่นขออนุญาต นายทะเบียนอาจไม่อนุญาตให้ใช้รถได้
หากการดัดแปลงนั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
4. โทษหากฝ่าฝืน
การดัดแปลงรถจักรยานยนต์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีโทษจากหลายกฎหมาย ขึ้นอยู่กับประเภทการฝ่าฝืนและหน่วยงานที่บังคับใช้ ดังนี้

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
💸 โทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
ความผิด | มาตราที่ฝ่าฝืน | โทษ |
ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย | มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ และใช้รถนั้น | มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60 | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
ไม่แจ้งเปลี่ยนสีรถภายใน 7 วัน | มาตรา 13 ประกอบมาตรา 60 | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
💸 โทษสำหรับการดัดแปลงแต่ละประเภท
ข้อ 1 — ดัดแปลงจนทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 | ข้อ 10 | กรมการขนส่งทางบก |
ข้อ 2 — ดัดแปลงโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกโดยไม่ได้รับอนุญาต
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 | ข้อ 13 - 14 | กรมการขนส่งทางบก |
ข้อ 3 — แก้ไขโครงคัสซีจนผิดเกณฑ์ที่กำหนด
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 | ข้อ 14 | กรมการขนส่งทางบก |
ข้อ 4 — เปลี่ยนขนาดยางจนกระทบความปลอดภัย
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 | ข้อ 19 | กรมการขนส่งทางบก |
พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 | หมวด 1 ลักษณะของรถที่ใช้ในทาง มาตรา 6 และมาตรา 10 | ตำรวจจราจร |
ข้อ 5 — ดัดแปลงระบบรองรับน้ำหนักจนโคมไฟผิดมาตรฐาน
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 12 และ14 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 | ข้อ 20 | กรมการขนส่งทางบก |
ข้อ 6 — ดัดแปลงท่อไอเสียจนปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 | มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 | กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ |
ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีตรวจสอบค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และค่าก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2566 | - | กรมการขนส่งทางบก |
พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 | หมวด 4 ส่วนที่ 4 มาตราที่ 64 | กรมควบคุมมลพิษ |
ข้อ 7 — ดัดแปลงจนทำให้เสียงดังเกินเกณฑ์
กฎหมาย | มาตราที่ฝ่าฝืน | หน่วยงานบังคับใช้ |
พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 | มาตรา 6 | ตำรวจจราจร |
พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 | มาตรา 64 | กรมควบคุมมลพิษ |
พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 | มาตรา 25 ข้อ 4 และมาตรา 74 |
⚠️ผลกระทบอื่นที่ควรรู้
ด้านประกันภัย
หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และรถมีการดัดแปลงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธ
การจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ เนื่องจากรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่จดทะเบียนไว้
ด้านทะเบียนรถ
นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้แก้ไขรถที่ดัดแปลงผิดกฎหมาย และหากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง
อาจถูกปฏิเสธการดำเนินการทางทะเบียนทุกประเภท รวมถึงอาจถูกระงับการใช้รถได้
💡 หมายเหตุสำคัญ
ตัวเลขค่าปรับที่ระบุเป็นอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย อัตราที่เรียกเก็บจริงอาจแตกต่างกัน
ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และอาจมีการปรับปรุงแก้ไขได้ในอนาคต
การดัดแปลงรถจักรยานยนต์แต่ละรูปแบบมีอยู่ในหลายกฎหมายและหลายหน่วยงาน
จึงแนะนำให้ตรวจสอบกับนักกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้วยค่ะ
5. สรุป/คำแนะนำ
การแต่งรถมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าการดัดแปลงแบบใดทำได้เลย แบบใดต้องแจ้งก่อน และแบบใดต้องขออนุญาต เพื่อให้การแต่งรถเป็นทั้งเรื่องสนุกและปลอดภัยสำหรับทุกคนบนท้องถนน

( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )
✅ สรุปสิ่งที่ควรทำก่อนดัดแปลงรถ
1. ตรวจสอบก่อนทำการดัดแปลงเสมอ
ก่อนจะเริ่มดัดแปลงส่วนใดก็ตาม ให้ตรวจสอบก่อนว่าการดัดแปลงนั้นอยู่ในระดับใด หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ติดต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดในพื้นที่โดยตรง หรือตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก dlt.go.th
2. เตรียมเอกสารให้พร้อม
การยื่นขออนุญาตจะราบรื่นขึ้น หากเตรียมเอกสารครบตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการดัดแปลงที่กระทบโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เอกสารจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต
3. ดัดแปลงแล้วต้องแจ้งให้ถูกต้อง
แม้การดัดแปลงบางอย่างจะทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า แต่ต้องนำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสอบและบันทึกการเปลี่ยนแปลงก่อนนำออกใช้งานเสมอ
4. เลือกช่างและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
การดัดแปลงโดยช่างที่มีความรู้และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงทั้งในแง่ความปลอดภัยและการไม่ผ่านการตรวจสอบของนายทะเบียน
5. ตรวจสอบประกันภัยด้วย
ก่อนดัดแปลง ควรแจ้งบริษัทประกันภัยให้รับทราบ เพื่อป้องกันกรณีที่กรมธรรม์อาจไม่คุ้มครองหากรถมีสภาพแตกต่างจากที่จดทะเบียนไว้
แหล่งอ้างอิง
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2564
ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงและวิธีวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2564
ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอน จากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายใน ที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟ พ.ศ. 2566
Comments