top of page
แอ็ก - ซิส - เซน
  • Facebook
  • Line

กฎหมายเกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์

May 26
3 min read

Updated: May 27

“การดัดแปลงสภาพรถ” คือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะของรถจากที่จดทะเบียนไว้ เช่น

ตัดหรือเชื่อมโครงรถ, เปลี่ยนรูปทรงตัวถัง, เปลี่ยนแปลงสีของรถ หรือเปลี่ยนตำแหน่งอะไหล่



เนื้อหาในบทความนี้ได้แก่


1. ทำไมถึงจำเป็นต้องรู้ข้อกฎหมาย


สำหรับสายแต่งรถมอเตอร์ไซค์ การอัปเกรดรถให้โดนใจอาจเป็นเรื่องสนุก แต่รู้หรือไม่ว่าการดัดแปลงบางอย่างนั้น "ผิดกฎหมาย" หากทำโดยไม่ขออนุญาต

ในประเทศไทย การแก้ไขหรือดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์มีกฎหมายควบคุมอยู่ชัดเจน ทั้ง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และ ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดว่าการดัดแปลงแบบใดต้องแจ้ง แบบใดต้องขออนุญาต และแบบใดทำไม่ได้เด็ดขาด

หากไม่รู้และทำไปโดยไม่ตั้งใจ ก็อาจเจอทั้งค่าปรับ โทษทางอาญา หรือแม้แต่ถูกเพิกถอนทะเบียนรถได้ บทความนี้จึงสรุปสิ่งที่คนแต่งรถทุกคนควรรู้ไว้ก่อนทำการดัดแปลงรถจักรยานยนต์



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )



2. การดัดแปลงแบบไหนที่ต้องขออนุญาต


ก่อนจะลงมือแต่งรถ สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ การดัดแปลงแต่ละแบบมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน กฎหมายแบ่งการดัดแปลงออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจาก ระดับความเสี่ยงที่การดัดแปลงนั้นอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้อื่นบนท้องถนน การดัดแปลงที่มีผลกระทบน้อยก็เพียงแค่แจ้งให้นายทะเบียนรับทราบ ในขณะที่การดัดแปลงที่กระทบโครงสร้างหลักของรถซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัย จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตก่อนเสมอ


ระดับที่ 1 — แจ้งหลังทำ (ไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า)

การดัดแปลงที่ ไม่กระทบโครงสร้างหรือความปลอดภัย


แต่เนื่องจากข้อมูลบางอย่างต้องตรงกับที่ระบุไว้ในทะเบียน กฎหมายจึงกำหนดให้ต้อง "แจ้งให้รู้" โดยไม่ต้องรอการอนุมัติก่อน แต่ต้องนำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสอบและบันทึกการเปลี่ยนแปลงก่อนนำรถออกใช้ เช่น

- เปลี่ยนสีรถ (ต้องแจ้งภายใน 7 วันนับจากวันที่เปลี่ยน)

- ติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ



ระดับที่ 2 — ยื่นขอแก้ไขพร้อมแจ้งรายละเอียดต่อนายทะเบียน (ก่อนหรือหลังทำได้)
การดัดแปลงที่ อาจเปลี่ยนลักษณะภายนอกหรือชิ้นส่วนบางส่วน

การดัดแปลงในระดับนี้อาจ เปลี่ยนลักษณะภายนอกหรือชิ้นส่วนบางส่วนของรถ แต่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก และต้องไม่ทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป กล่าวคือ รถที่ผ่านการดัดแปลงแล้วยังคงสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถยี่ห้อและรุ่นเดิมที่จดทะเบียนไว้ เช่น การเปลี่ยนโคมไฟหน้าของ Honda CB500 ก็ยังคงเป็น Honda CB500 อยู่ ไม่ใช่การนำชิ้นส่วนหลักจากยี่ห้ออื่นมาประกอบจนรถดูเหมือนหรือถูกระบุว่าเป็นยี่ห้ออื่น กฎหมายกำหนดให้ยื่นแจ้งรายละเอียดต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ เช่น

- แก้ไขดัดแปลงส่วนหน้าหรือท้ายรถ

- เปลี่ยนโคมไฟหรือกระจังหน้าจากรุ่นหนึ่งเป็นอีกรุ่นหนึ่ง



ระดับที่ 3 — ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ (ห้ามทำก่อนได้รับอนุญาต)

การดัดแปลงที่ กระทบโครงสร้างหลักของรถโดยตรง


เช่น ตัดต่อเฟรม เปลี่ยนช่วงล่าง ซึ่งหากทำผิดพลาดอาจทำให้รถไม่มั่นคงและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องผ่านการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พร้อมหลักฐานจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนการดัดแปลงเท่านั้น

ได้แก่

ส่วนที่ดัดแปลง

ตัวอย่าง

โครงคัสซี / เฟรม   

ตัด ต่อ หรือเสริมโครง

ตัวถัง

แก้ไขโครงสร้างหลัก

ระบบบังคับเลี้ยว

ย้ายตำแหน่งพวงมาลัย ตัดต่อคันชัก

ระบบรองรับน้ำหนักและช่วงล่าง

เปลี่ยนแหนบ เพลา

ช่วงล้อ

เปลี่ยนขนาดยาง



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )


สำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ การดัดแปลงต้องไม่กระทบโครงสร้างตัวรถหรือตำแหน่งที่มีหมายเลขตัวรถติดอยู่ และหากต้องการเปลี่ยนโครงรถ (Frame) ต้องเป็นยี่ห้อและรุ่นเดิมเท่านั้น พร้อมจดทะเบียนและชำระภาษีใหม่


❌ การดัดแปลงที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด


แม้จะขออนุญาตแล้ว แต่การดัดแปลงบางประเภทก็ อาจไม่ได้รับการอนุญาตเลย เพราะขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่


1. ดัดแปลงจนทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกกำหนดชัดเจนว่า การแก้ไขหรือดัดแปลงรถทุกกรณี ต้องไม่ทำให้รถเปลี่ยนยี่ห้อไปเป็นยี่ห้ออื่น เช่น การนำชิ้นส่วนหลักจากรถยี่ห้อหนึ่งมาประกอบจนรถมีลักษณะเป็นอีกยี่ห้อหนึ่ง


2. ดัดแปลงโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก

รถที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque) หรือเซมิโมโนค็อก (Semi-Monocoque) ซึ่งตัวถังทำหน้าที่รับน้ำหนักหลัก ห้ามแก้ไขดัดแปลง เว้นแต่การดัดแปลงนั้นไม่กระทบโครงสร้างหลักของรถ


3. แก้ไขโครงคัสซีจนผิดเกณฑ์ที่กำหนด

เช่น การปิดทับหรือเสริมดามโครงในบริเวณที่มีหมายเลขคัสซีอยู่ หรือการแก้ไขจนโครงคัสซีเดิมเหลือความยาวไม่ถึง 50% ของความยาวทั้งหมด


4. เปลี่ยนขนาดยางจนกระทบความปลอดภัย

การเปลี่ยนขนาดยางจะต้องไม่ทำให้ขีดความสามารถรับน้ำหนักลดลง มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนเกิน 10% หรือทำให้ระดับความสูงของโคมไฟผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด


5. ดัดแปลงระบบรองรับน้ำหนักจนโคมไฟผิดมาตรฐาน

การปรับช่วงล่างให้รถต่ำหรือสูงกว่ามาตรฐานผู้ผลิต ต้องไม่ทำให้ระดับของโคมไฟหน้า ไฟท้าย หรือไฟอื่น ๆ ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด


6. ดัดแปลงระบบท่อไอเสียจนปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์

การเปลี่ยนท่อไอเสียที่ตัดหรือถอดอุปกรณ์กรองไอเสียออก อาจทำให้รถปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งผิดทั้ง พ.ร.บ. รถยนต์ และกฎหมายสิ่งแวดล้อม


7. ดัดแปลงจนทำให้เสียงดังเกินเกณฑ์ที่กำหนด

การเปลี่ยนท่อไอเสียแบบตรง (Straight Pipe) หรือท่อที่ไม่มีระบบลดเสียง อาจทำให้เสียงดังเกินมาตรฐาน หากเสียงของท่อไอเสียดังจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ยังอาจเข้าข่ายเป็น "เหตุรำคาญ" ตามมาตรา 25 (4) แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดว่าการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อื่น ถือเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมาย และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับหรือแก้ไขได้


⚠️ข้อควรระวัง

หากนำรถที่มีการดัดแปลงต้องห้ามออกวิ่งบนถนน นอกจากโทษตาม พ.ร.บ. รถยนต์ แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เนื่องจากรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่ถูกกฎหมาย



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )



3. ขั้นตอนการขออนุญาตดัดแปลงรถจักรยานยนต์


เมื่อรู้แล้วว่าการดัดแปลงที่ต้องการทำอยู่ในระดับไหน ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งแบ่งตามประเภทการดัดแปลงได้ดังนี้


📋 กรณีที่ 1 — แจ้งเปลี่ยนสีรถ


1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน เพื่อนำรถเข้ารับการตรวจสอบ

2. ตรวจสอบคำขอพร้อมหลักฐานและผลการตรวจสภาพรถ

3. ชำระค่าธรรมเนียม

4. รับเอกสารคืน


หลักฐานที่ต้องใช้

- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

- ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

- หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสี

> ตรวจสอบขั้นตอนเพิ่มเติมได้ที่ : [npm.dlt.go.th/th/car-color-change](https://npm.dlt.go.th/th/car-color-change)



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )


📋 กรณีที่ 2 — ยื่นขอแก้ไขดัดแปลง (ระดับ 2 และ 3)


เอกสารหลักฐานพื้นฐานที่ต้องเตรียม

- บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารของกรรมการผู้มีอำนาจ (กรณีนิติบุคคล)

- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประจำตัวผู้มอบ/ผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

- ใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

- หลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่น ามาเปลี่ยนและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบรับรองการนำเข้ากรณีเป็นชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ อุปกรณ์ต่าง ๆ และใบเสร็จรับเงินค่าทำสี ค่าดัดแปลงรถ เป็นต้น 

- ภาพถ่ายตัวรถทั้ง 4 ด้าน (หน้า ซ้าย ขวา ท้าย) และภาพถ่ายอุปกรณ์ส่วนที่จะดัดแปลง

 

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับการดัดแปลงที่กระทบความมั่นคงแข็งแรง เช่น การตัดต่อโครงคัสซีหรือตัวถัง ต้องแนบเพิ่มเติมดังนี้

- หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงจากวิศวกรเครื่องกลระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป

- แบบแปลนและรายการคำนวณในส่วนที่ดัดแปลง พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบ จากวิศวกรเครื่องกลระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป

- ภาพถ่ายตัวรถทั้ง 4 ด้าน ระบุวันเวลา ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดัดแปลง

- ภาพถ่ายวิศวกรที่ถ่ายคู่กับรถระหว่างควบคุมดูแลการดัดแปลง โดยต้องบันทึกวันเวลาในภาพ

- หนังสือรับรองจากสถาบันหรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด (กรณีที่ระเบียบกำหนดไว้)

- หนังสือยืนยันผลการตรวจพิสูจน์รถจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (กรณีที่ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องแท้จริงของรถได้)

- หลักฐานการตรวจสอบดัชนีของหายจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร (กรณีที่มีความสงสัยในที่มาของชิ้นส่วน)

- หนังสือยืนยันความถูกต้องแท้จริงของรถจากผู้ผลิตหรือผู้ประกอบรถ (กรณีไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นรถคันเดียวกับที่จดทะเบียน)

- หลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต หรือหลักฐานการได้รับยกเว้นภาษี (กรณีที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี)


🔍 ขั้นตอนการพิจารณาของนายทะเบียน

เมื่อยื่นเอกสารครบแล้ว นายทะเบียนจะตรวจสอบว่ารถที่ขอดัดแปลงนั้น

- มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งาน

- มีความเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

- เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ระเบียบกำหนด

หากนายทะเบียนเห็นว่าการดัดแปลงอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม มีอำนาจสั่งให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด และหากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง นายทะเบียนมีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอนั้นได้



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )


⚠️ข้อควรระวัง

หากดำเนินการดัดแปลงในระดับ 3 ไปก่อนโดยไม่ยื่นขออนุญาต นายทะเบียนอาจไม่อนุญาตให้ใช้รถได้

หากการดัดแปลงนั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด



4. โทษหากฝ่าฝืน


การดัดแปลงรถจักรยานยนต์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีโทษจากหลายกฎหมาย ขึ้นอยู่กับประเภทการฝ่าฝืนและหน่วยงานที่บังคับใช้ ดังนี้



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )


💸 โทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522


ความผิด

มาตราที่ฝ่าฝืน

โทษ

ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60

ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ และใช้รถนั้น

มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60

ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ไม่แจ้งเปลี่ยนสีรถภายใน 7 วัน

มาตรา 13 ประกอบมาตรา 60

ปรับไม่เกิน 2,000 บาท


💸 โทษสำหรับการดัดแปลงแต่ละประเภท


ข้อ 1 — ดัดแปลงจนทำให้ยี่ห้อรถเปลี่ยนไป

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562

ข้อ 10

กรมการขนส่งทางบก


ข้อ 2 — ดัดแปลงโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกโดยไม่ได้รับอนุญาต

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562

ข้อ 13 - 14

กรมการขนส่งทางบก


ข้อ 3 — แก้ไขโครงคัสซีจนผิดเกณฑ์ที่กำหนด

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 14 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562

ข้อ 14

กรมการขนส่งทางบก


ข้อ 4 — เปลี่ยนขนาดยางจนกระทบความปลอดภัย

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562

ข้อ 19

กรมการขนส่งทางบก

พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522

หมวด 1 ลักษณะของรถที่ใช้ในทาง มาตรา 6 และมาตรา 10

ตำรวจจราจร


ข้อ 5 — ดัดแปลงระบบรองรับน้ำหนักจนโคมไฟผิดมาตรฐาน

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 12 และ14 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562

ข้อ 20

กรมการขนส่งทางบก


ข้อ 6 — ดัดแปลงท่อไอเสียจนปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60

กรมการขนส่งทางบก / ตำรวจ

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีตรวจสอบค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และค่าก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2566

-

กรมการขนส่งทางบก

พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

หมวด 4 ส่วนที่ 4 มาตราที่ 64

กรมควบคุมมลพิษ


ข้อ 7 — ดัดแปลงจนทำให้เสียงดังเกินเกณฑ์

กฎหมาย

มาตราที่ฝ่าฝืน

หน่วยงานบังคับใช้

พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522

มาตรา 6

ตำรวจจราจร

พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

มาตรา 64

กรมควบคุมมลพิษ

พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 

มาตรา 25 ข้อ 4 และมาตรา 74



⚠️ผลกระทบอื่นที่ควรรู้

ด้านประกันภัย

หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และรถมีการดัดแปลงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธ

การจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ เนื่องจากรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่จดทะเบียนไว้


ด้านทะเบียนรถ

นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้แก้ไขรถที่ดัดแปลงผิดกฎหมาย และหากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง

อาจถูกปฏิเสธการดำเนินการทางทะเบียนทุกประเภท รวมถึงอาจถูกระงับการใช้รถได้


💡 หมายเหตุสำคัญ 


ตัวเลขค่าปรับที่ระบุเป็นอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย อัตราที่เรียกเก็บจริงอาจแตกต่างกัน

ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และอาจมีการปรับปรุงแก้ไขได้ในอนาคต


การดัดแปลงรถจักรยานยนต์แต่ละรูปแบบมีอยู่ในหลายกฎหมายและหลายหน่วยงาน

จึงแนะนำให้ตรวจสอบกับนักกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้วยค่ะ



5. สรุป/คำแนะนำ


การแต่งรถมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าการดัดแปลงแบบใดทำได้เลย แบบใดต้องแจ้งก่อน และแบบใดต้องขออนุญาต เพื่อให้การแต่งรถเป็นทั้งเรื่องสนุกและปลอดภัยสำหรับทุกคนบนท้องถนน



( รูปภาพประกอบคำอธิบาย สร้างโดย AI )


✅ สรุปสิ่งที่ควรทำก่อนดัดแปลงรถ

1. ตรวจสอบก่อนทำการดัดแปลงเสมอ

ก่อนจะเริ่มดัดแปลงส่วนใดก็ตาม ให้ตรวจสอบก่อนว่าการดัดแปลงนั้นอยู่ในระดับใด หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ติดต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดในพื้นที่โดยตรง หรือตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก dlt.go.th


2. เตรียมเอกสารให้พร้อม

การยื่นขออนุญาตจะราบรื่นขึ้น หากเตรียมเอกสารครบตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการดัดแปลงที่กระทบโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เอกสารจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต


3. ดัดแปลงแล้วต้องแจ้งให้ถูกต้อง

แม้การดัดแปลงบางอย่างจะทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า แต่ต้องนำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสอบและบันทึกการเปลี่ยนแปลงก่อนนำออกใช้งานเสมอ


4. เลือกช่างและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

การดัดแปลงโดยช่างที่มีความรู้และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงทั้งในแง่ความปลอดภัยและการไม่ผ่านการตรวจสอบของนายทะเบียน


5. ตรวจสอบประกันภัยด้วย

ก่อนดัดแปลง ควรแจ้งบริษัทประกันภัยให้รับทราบ เพื่อป้องกันกรณีที่กรมธรรม์อาจไม่คุ้มครองหากรถมีสภาพแตกต่างจากที่จดทะเบียนไว้



แหล่งอ้างอิง


  • พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

  • พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

  • พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

  • พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

  • ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562

  • ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2564

  • ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงและวิธีวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2564

  • ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอน จากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายใน ที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟ พ.ศ. 2566

Comments


Commenting on this post isn't available anymore. Contact the site owner for more info.
bottom of page